คลังมั่นใจ TFF รองรับความจำเป็นลงทุนจำนวนมาก

คลังลุ้นศาลปกครองสูงสุดพิจารณาระดมทุน 4 หมื่นล้านของ กทพ. มั่นใจกองทุน TFF เกิดแน่นอน เป็นช่องทางระดมทุนแทนพึ่งพาเงินรัฐ ผอ.สคร.ย้ำหากไม่เตรียมแผนระดมทุนรองรับต้องกู้เงินสร้างหนี้สาธารณะเพิ่ม พอใจรายได้รัฐวิสาหกิจ 4 เดือนแรกปีงบประมาณเกินเป้า 12,000 ล้านบาท

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้สหภาพการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยื่นร้องระงับโครงการระดมทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) กับศาลปกครองสูงสุด เมื่อรอการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดตามขั้นตอน คาดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนกำหนดการเดิม ในการระดมทุนเปิดขายกองทุนของ กทพ. เพื่อใช้เงินลงทุนก่อสร้างทางด่วน 2 เส้นทางได้ก่อนเดือนกรกฎาคมนี้อย่างแน่นอน ดังนั้น การกู้เงินหลังกลางปีจึงสอดคล้องกับแผนกู้เงิน เพื่อไม่ต้องกู้เงินมากองรอไว้อีกหลายเดือน

ส่วนการจัดเก็บภาษี E-Commerce นั้น ขณะนี้กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความเห็น โดยต้องพิจารณาว่าจะรวมการจัดเก็บภาษีทุกด้านเพื่อขยายฐานภาษีเสนอ ครม.พิจารณาเป็นแพ็กเกจเดียวพร้อมกัน หรือว่าแยกเสนอเป็นส่วนที่จำเป็นก่อน ยอมรับว่า พ่อค้าแม่ค้าตามร้านทั่วไปต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากรายได้สินค้า ขณะที่ผู้ขายสินค้าออนไลน์จำนวนมากยังไม่เสียภาษี จึงต้องการสร้างความเป็นธรรมกับผู้ค้า แต่ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านออนไลน์ในประเทศควรต้องเสียภาษี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า กทพ.ต้องการเงินลงทุนก่อสร้างโครงการ 2 เส้นทาง คือ ทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง กับทางด่วนขั้นที่ 3 ซึ่งตอม่ออยู่กลางเกษตร-นวมินทร์ วงเงิน 40,000 ล้านบาท แต่ปีแรกต้องใช้เงินไม่สูงมากนัก คาดว่าเริ่มลงทุนได้ในช่วงเดือนกรกฎาคมหรือกลางปีนี้เป็นต้นไป ขณะนี้จึงต้องรอศาลปกคลองสูงสุดพิจารณา แต่ทาง สคร.ได้ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตรียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่งต่อนักลงทุน) พร้อมแล้ว ยอมรับว่าประเทศต้องการเงินลงทุนจากหลายด้าน เพราะขณะนี้ประเทศต้องใช้เงินงบประมาณรองรับหลายด้าน ทั้งการดูแลผู้สูงอายุ การรักษาพยาบาล ด้านคมนาคมมีแผน 5 ปีข้างหน้า 2 ล้านล้านบาท หากไม่ระดมทุนด้านอื่นจะสร้างภาระทางการคลัง ภาระหนี้สาธารณะสูงขึ้นจากเงินกู้

ดังนั้น อยากขอร้องให้ก้าวกันคนละก้าว เพราะถือเป็นอนาคตของประเทศ ทุกอย่างทำเพื่อการลงทุนให้เกิดประโยชน์ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีการลงทุนเกิดขึ้น เมื่อคลังเป็นผู้ดูแลนโยบายการคลัง หากต้องกู้เพื่อลงทุน และเป็นหนี้จนเป็นภาระจะทำให้การลงทุนไม่เกิด กรณีสหภาพฟ้องร้องต่อศาลปกครองนั้น ที่ผ่านมาได้เดินหน้าไปชี้แจงถึงความจำเป็นในโครงการดังกล่าวแล้วกับทุกหน่วยงาน ทั้งศาลปกครอง ก.ล.ต. และที่อื่น ๆ ขณะนี้ต้องรอการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดว่าจะตัดสินออกมาเป็นอย่างไร

ส่วนผลการจัดเก็บรายได้งบรัฐวิสาหกิจในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 สคร.จัดเก็บรายได้เกินเป้าหมาย 12,000 ล้านบาท ได้ตั้งเป้าหมายทั้งปีจัดเก็บรายได้ 137,000 ล้านบาท ส่วนการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจตั้งเป้าเบิกจ่าย 500,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 95 ของวงเงินเบิกจ่าย จึงได้เร่งรัดหน่วยงานรัฐวิสาหกิจให้เบิกจ่ายตามเป้าหมาย เพราะรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเป็นเจ้าของโครงการลงทุนของรัฐ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยอมรับว่าที่ผ่านมาหน่วยงานที่เบิกจ่ายได้ดี คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ขณะที่เบิกจ่ายล่าช้า คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เนื่องจากติดปัญหาภายใน แต่ปีงบประมาณ 2561 คาดว่า รฟท.จะกลับมาเบิกจ่ายได้ดีขึ้น หลังจากแผนสร้างรถไฟทางคู่มีความชัดเจนมากขึ้น.-สำนักข่าวไทย